ดินสอและกระดาษยังจำเป็นสำหรับการเรียนอยู่หรือไม่

pencil-and-paper-are-still-important-for-learning

วิธีการเรียนของนักเรียนเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ในต่างประเทศเริ่มมีการใช้วิธี Bring Your Own Device Program (BYOD) เป็นการอนุญาตให้นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีอย่าง Tablet หรือ Laptop ในห้องเรียนได้ เรามาดูกันว่าดินสอและกระดาษยังจำเป็นสำหรับการเรียนอยู่หรือไม่


จากบทความของ Michael Paul ที่ได้แชร์เรื่องความสมดุลระหว่างการใช้กระดาษ ดินสอ สมุดและการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน ในบทความ “Process with Pencil and Paper, Produce with Technology” เสนอว่า นักเรียนควรจดด้วยมือในการเรียนรู้ข้อมูล และใช้เทคโนโลยีในการสร้างผลงาน


โดยอ้างอิงเหตุผลในการเขียนด้วยมือในบทความ “Can Handwriting Make You Smarter” เขียนโดย Lee Hotz ในวารสาร Wall Street ซึ่งรวมผลการวิจัยของ Harvard และ University of Nebraska–Lincoln แสดงให้เห็นประโยชน์ของการจดโน้ตด้วยมือ ซึ่งมีผลตรงข้ามกับการพิมพ์บน Laptop ผู้เรียนจะเรียนรู้ได้ดีกว่า ถ้าพวกเขาทำ Process information หรือขั้นตอนด้านข้อมูลต่างๆ โดยการเขียนด้วยมือ


ในส่วน Process ที่เป็นการฟังบรรยาย การอ่าน การเรียนรู้จากสื่อ หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ นักเรียนควรเขียนด้วยมือโดยใช้กระดาษและดินสอ ทั้งในการจด การวาด หรือการระดมสมอง (Brainstorming) ดังนั้นจะต้องให้เวลานักเรียนในการทำขั้นตอนนี้ Michael ได้สอนกลยุทธ์การอ่าน รวมไปถึงการจดโน้ต อย่างการใช้ GIST Strategy หรือ Split Screen Notes เธอยกตัวอย่างว่า หลังจากที่อธิบายคำศัพท์ใหม่ นักเรียนจะเขียนคำนิยามด้วยคำของพวกเขาที่สามารถเข้าใจได้ง่าย หรือ วาดออกมาเป็นภาพให้ชัดเจนขึ้น


ในส่วน Produce หรือการสร้างเนื้อหา รวมไปถึงการแสดงผลงานต่างๆ จะเป็นการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้นักเรียนแสดงทักษะความสามารถหรือสิ่งที่พวกเขาทำได้ดี เสนอทางเลือกในการทำหลากหลารูปแบบ เช่น Infographics หรือการใช้ Google Drawings, Google Slides เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนสามารถถ่ายทอดความคิดได้ดีขึ้น การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานได้ง่ายขึ้น และยังสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในทางที่ดีขึ้น บรรยากาศในการชมผลงานของนักเรียนจะได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ มากขึ้น เกิดการร่วมมือในการทำงานของกลุ่มนักเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน เพราะมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวก


การสร้างการมีส่วนร่วมที่ดีขึ้น ครูผู้สอนควรใช้เทคโนโลยีในการแสดงความคิดเห็นในงานของนักเรียน เช่น การใช้ Voice Comment บน Google Docs ในการให้ผลตอบกลับแก่นักเรียน เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียนที่น่าสนใจมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญควรแสดงผลงานของนักเรียน ทั้งงานเขียน วิดิโอ หรือโปสเตอร์ ใน Class Blog เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ชมผลงานนอกเหนือจากเพื่อนๆ ในห้องเรียน ถือเป็นการกระตุ้นความต้องการของนักเรียนในการสร้างสรรค์ผลงานมากยิ่งขึ้น


Michael ไม่ได้กำหนดเครื่องมือหรือวิธีการสอนที่ตายตัว ในการสร้างผลงานนักเรียนสามารถใช้วิธีการคลาสสิค อย่างการใช้กรรไกร กาว การวาดภาพระบายสีต่างๆ เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละบทเรียน การใช้ดินสอและกระดาษยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนและการค้นคว้าความรู้นอกห้องเรียนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน


ที่มา : https://www.edutopia.org/discussion/process-pencil-and-paper-produce-technology

TODO
Supani Thasosut

สำเร็จการศึกษาด้วยหลักสูตรการประกอบการ (Entrepreneurship) สาขาเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีความสนใจในเรื่องการพัฒนาตัวเอง กระบวนการพัฒนาธุรกิจ และความแตกต่างของผู้คนและวัฒนธรรม