ทำไม Choice จึงสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

why-choice-is-important-for-students

ในทุกเช้าก่อนไปทำงาน ใครหลายคนคงแวะซื้อเครื่องดื่ม อย่างกาแฟร้อนๆ เพื่อปลุกร่างกายให้พร้อมสำหรับวันใหม่ ภายในร้านจะมีรายการเครื่อมดื่มให้เลือกจิบอย่างหลากหลาย และเราต่างเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มนั้นๆ ด้วยตัวเอง ถ้าสังเกตโดยละเอียดจะพบว่า ในชีวิตประจำวันมี Choice หรือ ตัวเลือกให้เราได้เลือกอยู่เสมอ ทั้งรายการเครื่องดื่มใน Starbucks เมนูอาหารเช้าของวัน หรือการเลือกวิธีการเดินทางไปเรียนหรือการไปทำงานต่างๆ เป็นต้น


คนในสังคมไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหน ต่างต้องการความอิสระในการเลือก โดยเฉพาะในช่วงวัยเรียน การเรียนรู้ในโรงเรียนที่เหมาะสมสำหรับเด็กในยุคนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากทิศทางการสอนในรูปแบบเดิม ๆ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กนั้นสอดคล้องกับวิถีการใช้ชีวิตในประจำวันที่เต็มไปด้วยทางเลือกมากมาย


โจทย์ปัญหาสำหรับการเรียนรู้ในทุกวันนี้จะเป็นคำถามที่ว่า เราจะสร้างการมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักเรียนได้อย่างไร และจะสร้างให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นและแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ด้วยวิธีใด ในความเป็นจริงแล้วคำตอบของปัญหาเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 โดย David N. Aspy และ Flora N. Roebuck นั่นก็คือ Humanistic Education ซึ่งเป็นการศึกษาที่ให้ความสนใจในการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered) และมี Student Choice เป็นส่วนสำคัญของการศึกษา


เพียงหนึ่งปีหลังจากเกิดการศึกษาแบบ Student Choice นั้น Starbucks ก็ได้เปิดตัวในปี ค.ศ. 1971 ที่ Pike Place Market ในเมือง Seattle, Washington และด้วยกระแสของ Student Choice ในช่วงนั้นที่มีการสร้างตัวเลือกในการเรียนการสอนต่าง ๆ ให้แก่นักเรียน ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่มีส่วนทำให้ Starbucks ได้สร้างอีกหนึ่งกลยุทธ์อย่างการเสนอตัวเลือกเครื่องดื่มที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค โดยตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน เมนูสำหรับ Sipping Pleasure ของ Starbucks ที่เสนอให้ลูกค้าได้เลือกจิบนั้นมีมากถึง 87,000 รายการ


ประโยชน์ของ Student Choice

จากการที่ Heather Wolpert-Gawron ได้ทำการสำรวจ Student Engagement Survey "Just Ask Us: Kids Speak Out on Student Engagement" พบว่า Student Choice เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วมในห้องเรียนที่สำคัญ Thomas T., Eighth Grade หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมการสำรวจ กล่าวว่า “ สิ่งที่ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น ฉันคิดว่ามันคือการที่เราทุกคนมีอิสระในการเลือกสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นการเลือกหัวข้อการวิจัย หรือการที่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้การเขียน การวาด หรือการสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา ฉันคิดว่ามันเป็นการยากที่จะแสดงความคิดเห็นและมันก็ทำให้รู้สึกท้อ เมื่อต้องถูกจำกัดด้วยวิธีที่ตายตัว แต่ฉันก็ไม่ได้หมายถึงการที่ปล่อยให้นักเรียนทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ เพียงแต่เป็นการให้อิสระในการเลือกที่มากขึ้นเท่านั้น เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดความช่างสงสัย ความสนใจต่อสิ่งต่าง ๆ และความสามารถเฉพาะตัวของนักเรียนได้ดียิ่งขึ้น”


Student Choice สร้างความเป็นเจ้าของในการเรียนรู้ และเป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เป็นไปตามความจริงที่ว่าเมื่อเรารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราจะเกิดแรงจูงใจและเห็นถึงความสำคัญต่อสิ่งนั้นเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการที่สร้างให้นักเรียนรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้และมีอิสระในการเลือก จึงส่งผลให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามรายงานของ Robert Marzano ได้เสนอถึงความสำคัญของการที่ครูผู้สอนเสนอทางเลือกและการให้อิสระนักเรียนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักเรียนโดยตรง และพวกเขาจะรับรู้ได้ถึงความสำคัญของกิจกรรมภายในห้องเรียนมากยิ่งขึ้น กล้าที่จะแสดงศักยภาพและวิธีการเรียนรู้ในแบบฉบับของตัวเอง อีกทั้งการมีทางเลือกต่าง ๆ ในห้องเรียนนั้น ยังส่งผลถึงความอุตสาหะ ผลการดำเนินงาน และการเรียนรู้ของนักเรียนในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น


โดยมีผลการวิจัยสนับสนุนอีกด้วยว่า การที่นักเรียนได้รับทางเลือกในการทำการบ้านนั้น จะส่งผลให้พวกเขาเกิดแรงจูงใจภายในต่อการทำการบ้านสูงขึ้น รู้สึกถึงการมีความสามารถในการทำการบ้านให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ผลการประเมินในการสอบของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับการที่พวกเขาไม่มีทางเลือกต่างๆ


มุมมองการสอนในรูปแบบ Student Choice

การเรียนรู้ของนักเรียนนั้นมีการตอบสนองต่อวิธีการสอนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคที่มีทางเลือกในการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ในส่วนของการสร้างองค์ความรู้นั้น การใช้วิธีออกคำสั่งโดยการให้นักเรียนต้องทำสิ่งนี้แบบนี้ จึงไม่สามารถสร้างประสิทธิผลได้ดีเท่ากับ การตั้งแง่ให้นักเรียนได้ตระหนักถึงเป้าหมายในการเรียนรู้ของตัวเอง อาจจะตั้งคำถามแก่นักเรียน เช่น “ อะไรคือเส้นทางที่จะได้ผลดีที่สุดสำหรับตัวนักเรียนเอง ” และให้อิสระกับนักเรียนในการตัดสินใจต่อทางเลือกต่าง ๆ ด้วยตัวของพวกเขา


จากรูปแบบการสอนแบบ Knowledge Authority หรือการให้ความรู้ตามหลักสูตรที่ถูกกำหนดโดยนโยบาย จะเปลี่ยนไปสู่การสอนในรูปแบบ Learning Guide ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับการเรียนแบบย้อนกลับ คือ เน้นจากความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก บทบาทของครูผู้สอนจะไม่ใช่การสั่งการ และก็ไม่ใช่การปล่อยให้นักเรียนทำในสิ่งที่ต้องการหรือการละเลยต่อการกระทำของนักเรียนเช่นกัน แต่บทบาทของครูผู้สอนจะเปรียบเสมือนกับการเป็น Mentor ที่มีหน้าที่ในการสนับสนุน ชี้นำ เสนอทางเลือกที่หลากหลาย และฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงกระบวนการตัดสินใจ การประเมินทางเลือก การแสดงความคิดเห็น และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เพื่อที่จะสามารถจัดการกับทางเลือกต่าง ๆ ในชีวิตของพวกได้


ในปี ค.ศ. 2016 Jim Bentley จาก the Buck Institute of Education (BIE) ผู้เชี่ยวชาญในด้าน Student Choice ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของ Buck Institute โดย Jim Bentley ได้ศึกษา Student Choice ตั้งแต่ยังเป็น Project-Based Learning และเขามีความเชื่อที่ว่า Student Choice ได้นิยามบทบาทของครูผู้สอนใหม่ เขาได้กล่าวว่า “ การมีส่วนร่วมเปรียบเสมือนกับไฟที่สามารถดับได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องเจอกับความท้าทายต่าง ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องสร้าง Student Voice และ Student Choice รวมไปถึงการสร้างแนวความคิดที่ยั่งยืนในการสอบถาม การวิเคราะห์วิจารณ์ และการปรับปรุงแก้ไขอีกด้วย การสอนในรูปแบบ Student Voice และ Student Choice นั้น ครูผู้สอนเป็นผู้จัดการงานของนักเรียน ไม่ใช่การควบคุมงานของพวกเขา ถ้านักเรียนต้องการความคิดเห็นบางอย่างในงานของพวกเขา ครูผู้สอนควรให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการของพวกเขา ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้นักเรียนรู้สึกอิสระและเกิดการตอบสนองได้เป็นอย่างดี”


การเรียนการสอนที่สามารถสร้างประสิทธิภาพในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้นั้น ครูผู้สอนต้องประเมินว่า เส้นทางต่าง ๆ ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้เลือกแล้วหรือยัง ประเด็นที่ต้องสร้างทางเลือกและโอกาสให้แก่นักเรียน เช่น ตัวเลือกงานที่หลากหลาย รูปแบบการรายงาน การใช้ทรัพยากร การจัดสรรเวลา เป็นต้น และอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเรียนรู้นั้น คือ การชี้นำให้นักเรียนเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้ของพวกเขาเอง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาในการไปสู่เป้าหมายนั้นๆ


Robert Marzano ได้แนะนำเพิ่มเติมถึงการจัดเตรียมทางเลือกสำหรับนักเรียน “ ครูผู้สอนต้องจัดเตรียมทางเลือกให้มีความหลากหลาย และให้นักเรียนเป็นผู้เลือกในสิ่งที่พวกเขาสนใจมากที่สุด เช่นเดียวกับการจัดเตรียมทางเลือกของรูปแบบการรายงาน ซึ่งอนุญาตให้นักเรียนเป็นผู้เลือกรูปแบบการรายงานได้ตามต้องการ โดยรูปแบบการรายงานที่นักเรียนเลือกนั้นอาจอยู่ในรูปแบบ อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากรูปแบบที่นิยมใช้กันในส่วนใหญ่ อย่างการเขียนและการพูด แต่จะเป็นการนำเสนอข้อมูลผ่านการ Debates, Video Reports, Demonstrations หรือแบบ Dramatic Presentations


สำหรับการเสนอทางเลือกให้นักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น ครูผู้สอนสามารถตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนสร้างสรรค์เป้าหมายในการเรียนรู้ของพวกเขา รวมถึงควรดูแลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อเป้าหมายในการเรียนรู้ทั้งในเป้าหมายที่นักเรียนกำหนดเองและเป้าหมายที่ถูกกำหนดโดยครูผู้สอนสำหรับการเรียนในหน่วยนั้น ๆ” และในปี 2010 Alfie Kohn ได้ให้ความเห็นว่า “ ถ้าเราต้องการให้นักเรียนมีความสามารถในการรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขา ก็จำเป็นต้องมอบความรับผิดให้กับพวกเขาก่อน และในการเดินทางบนเส้นทางต่าง ๆ ของนักเรียนนั้น ให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไร โดยตัดสินใจเลือกที่จะกระทำ ไม่ใช่การกระทำตามทิศทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว”


นอกจากการปรับตัวของครูผู้สอนในการสร้างการเรียนรู้แบบ Student Choice แล้ว ในส่วนของผู้เรียนนั้น ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ที่สนับสนุนให้เกิดการมีอิสระทางความคิด และการแสดงออก ผ่านตัวเลือกที่ตรงกับความถนัดหรือสนใจของผู้เรียนแต่ละคน รวมไปถึงการฝึกกระบวนการตัดสินใจต่อทางเลือกต่าง ๆ เพื่อโอกาสในการเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างกระบวนการที่จำเป็นในการใช้ชีวิต และยังสร้างให้สังคมเต็มไปด้วยความหลากหลายและสร้างสรรค์ นอกจากทางเลือกในห้องเรียนแล้ว การหาทางเลือกในการเรียนรู้ในโลกออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้อย่างสะดวก ซึ่งสามารถหาความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์จริงต่อได้ที่ Tutorworld.app อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้และค้นหาสิ่งที่รัก และพื้นที่สำหรับการแชร์ความรู้ ประสบการณ์ให้กับผู้อื่น


อ้างอิง: https://www.kqed.org/mindshift/52424/why-choice-matters-to-student-learning

TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.