สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อที่จะเบ่งบานในปี 2050

what-are-things-we-need-to-learn-to-succeed-in-2050

เด็กที่เกิดในวันนี้จะอายุ 30-39 ปีในปี 2050 และอาจจะเป็นประชากรของศตวรรษที่ 22 แล้วเราควรสอนอะไรเพื่อที่จะช่วยให้พวกเขาอยู่รอดในยุคนั้น ทักษะไหนที่จำเป็นเพื่อที่พวกเขาจะมีงานทำ เพื่อเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา และเพื่อที่จะหาทางออกในความยุ่งเหยิงของชีวิตที่เปรียบเสมือนเขาวงกตนั้นได้

มนุษย์ไม่เคยทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ และกำลังเผชิญกับการปฏิวัติที่ไม่เคยรู้มาก่อน เราไม่รู้เลยว่าในปี 2050 คนจะทำอะไรเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ความสัมพันธ์ระหว่างเพศจะเป็นอย่างไร ร่างกายมนุษย์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง มนุษย์อาจจะต้องเจอสิ่งแปลกใหม่ เช่น ร่างกายที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมและการปลูกถ่ายทางคอมพิวเตอร์ อัลกอริทึมที่ปรับตามอารมณ์ได้อย่างแม่นยำ หรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือในปี 2048 ผู้คนอาจจะเข้าสู่โลกแห่งไซเบอร์สเปซ ลักษณะทางเพศที่ไม่แน่นอน งานต่างๆ ถูกควบคุมด้วย AI เป็นต้น

อย่าเพิ่งคิดว่าจะเป็นไปตามที่กล่าวมา ไม่มีใครสามรถทำนายความเปลี่ยนแปลงที่เราจะได้เห็นในอนาคตได้อย่างชัดเจน บางส่วนมันดูเหมือนจะไกลเกินความจริงไปหน่อย ไม่ว่าจะมีคนอธิบายว่าโลกในกลางศตวรรษที่ 21 เหมือนหรือไม่เหมือนในนวนิยายวิทยาศาสตร์ต่างก็ไม่ถูกต้องทั้งนั้น เพราะเราไม่สามารถมั่นใจในความเจาะจงได้เลย ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่แน่นอน

การที่จะอยู่รอดและงอกงามในโลกแบบนั้นได้ คุณจำเป็นต้องมีจิตใจที่ยืดหยุ่นมากๆ รักษาสมดุลของอารมณ์ให้ได้ ต้องปล่อยบางสิ่งที่รู้จักดี เพื่อเรียนรู้ที่จะคุ้นเคยกับสิ่งที่ไม่รู้จัก การยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือ ความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วและอายุขัยของคนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น

รู้จักตัวเองคือคีย์หลัก

ต้องทำความรู้จักกับระบบปฏิบัติการของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้รู้ว่า คุณคือใคร และต้องการอะไรจากชีวิต รู้ทันความคิดและอารมณ์ของตัวเอง ควรฝึกทักษะ 4C — Critical Thinking, Communication, Collaboration, Creativity และให้ความสำคัญกับทักษะชีวิต ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่ และรักษาสมดุลของสภาพจิตใจในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้

รับมือกับข้อมูลมหาศาล

ในอดีตข้อมูลเข้าถึงได้ยาก จึงเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้เด็กๆ ในสมัยนั้นมีความรู้ที่กว้างขวางขึ้น แต่ทุกวันนี้เราถูกท่วมท้นด้วยข้อมูลมหาศาลที่ไม่มีการเซนเซอร์ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็น คือ ความสามารถในการแยกแยะข้อมูลว่าข้อมูลไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ และการรวมข้อมูลจากหลายๆ ส่วนมาประกอบเป็นภาพใหญ่

อย่าพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป

เทคโนโลยีไม่ได้เลวร้าย ถ้าคุณรู้ว่าต้องการอะไรในชีวิต เทคโนโลยีจะสามารถช่วยให้ได้สิ่งนั้น แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าต้องการอะไรในชีวิต มันจะสร้างเป้าหมายในชีวิตให้คุณ และควบคุมชีวิตคุณในที่สุด ถ้าเทคโนโลยีทำความเข้าใจมนุษย์ได้ลึกซึ้งมากกว่าที่คุณเข้าใจตัวเอง คุณจะตกเป็นทาสของมัน อัลกอริทึมกำลังดูว่าคุณไปที่ไหน ซื้ออะไร เจอใครบ้าง โดยใช้ Big Data และ Machine Learning ทำความรู้จักคุณให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

วิ่งให้เร็วขึ้น

Coca-Cola, Amazon, Baidu และรัฐบาลต่างแข่งกันเพื่อแฮ็กคุณ ไม่ใช่สมาร์ทโฟนหรือบัญชีธนาคารของคุณ พวกเขาอยู่ในการแข่งขันเพื่อแฮ็กคุณ เพื่อให้คุณตกเป็นทาสการตลาดและโฆษณาชวนเชื่อของพวกเขา ตอนนี้คุณอยู่ในสนามแข่งขันที่ดุเดือด ถ้าคุณยังอยากควบคุมชีวิตของคุณเอง คุณต้องวิ่งให้เร็วกว่าอัลกอริทึม Amazon และรัฐบาล เพื่อรู้จักกับตัวเองก่อนที่พวกเขาจะรู้



ที่มา : จากบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 โดย Yuval Noah Harari เผยแพร่เมื่อ 14 กันยายน 2018


TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.