วิธีการสอน Critical Thinking ที่ขัดแย้งกับแนวโน้มการศึกษา

how-to-teach-critical-thinking-skill

Critical Thinking หรือ การคิดเชิงวิพากษ์ ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และจะถูกส่งเสริมให้มีความสำคัญมากขึ้นในภาคการศึกษา มาดูกันว่าการสอนทักษะการคิดเชิงวิพากษ์นี้มีแนวทางอย่างไรกันบ้าง

Daniel Willingham ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) เขียนในรายงาน “How to Teach Critical Thinking” ในเดือนพฤษภาคม 2562 สำหรับกระทรวงศึกษาธิการแห่งนิวเซาธ์เวลส์ ออสเตรเลีย ซึ่งได้ทบทวนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าแนวโน้มการสอน Critical Thinking นั้นยังไม่สอดคล้องกับงานวิจัย โดยสรุปได้ว่า

  • นักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อเป็นเสียงเดียวกันว่า "Content knowledge (เนื้อหาความรู้) มีความสำคัญต่อการคิดเชิงวิพากษ์ที่มีประสิทธิภาพ"
  • การสอนทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ทั่วไป เช่นการใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นเรื่องที่เสียเวลา
  • แบบฝึกหัดและเกมเกี่ยวกับการคิดเชิงวิพากษ์ ยังไม่ได้ถูกปรับปรุงให้เหมาะกับนักเรียน
  • เป็นเรื่องยากมากสำหรับนักเรียนที่จะใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ที่เรียนในวิชาหนึ่งไปใช้กับวิชาอื่น

ในรายงานของ Willingham ได้อธิบายเพื่อให้เข้าใจถึงบริบทของ Critical Thinking ว่า :

“ต้องการให้นักเรียนสามารถ 'วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินข้อมูล' ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล แต่การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินนั้น มีความหมายที่แตกต่างกันในแต่ละสาขาวิชา”

วิธีที่ดีที่สุด คือ การสอนทักษะการวิเคราะห์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละวิชาอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น ในวิชาประวัติศาสตร์ นักเรียนจำเป็นต้องตีความเอกสารและหาหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์แบบนั้นไม่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ แหล่งที่มาของเอกสารไม่สำคัญเท่ากับการทำตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์

สรุปประเด็นจากรายงานของ Willingham ระบุว่า

นักเรียนไม่สามารถประยุกต์ใช้ Critical Thinking เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเพียงเล็กน้อย

มีหลักการตรรกะพื้นฐานที่เป็นจริงในทุกวิชา เช่น การเข้าใจว่า "A" และ "ไม่ใช่ A" ไม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่นักเรียนมักจะล้มเหลวในการประยุกต์ใช้หลักการทั่วไปนี้ในสถานการณ์ใหม่ อย่างในวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนมักจะไปต่อไม่ได้เมื่อเจอโจทย์ปัญหาที่ต่างออกไปเพียงเล็กน้อยจากสิ่งที่พวกเขาเคยเรียนในแบบทีละขั้นตอน (step-by-step) Richard Catrambone ผู้พัฒนางานวิจัยที่ Georgia Institute of Technology กล่าวว่า การอธิบายการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนย่อยๆ (Sub-steps) และบอกเป้าหมายที่พวกเขาจะต้องไปให้ถึง จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาต้องทำแต่ละขั้นตอน และอะไรคือสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จ

Critical Thinking ต้องอาศัย Content Knowledge

ปัญหาใหญ่ก็คือ Critical Thinking นั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละสาขาวิชา เราใช้ทักษะนี้ทั้งในการเล่นหมากรุก ออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือวางแผนกลยุทธ์สำหรับการแข่งขันฮ็อกกี้ ฯลฯ ซึ่งการใช้ Critical Thinking ในแต่ละอย่างนั้นจะแตกต่างกันออกไป และนี่คือสิ่งที่ทำให้ Content Knowledge (เนื้อหาความรู้ในหัวข้อนั้นๆ) มีความสำคัญ ยิ่งคุ้นเคยกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเท่าใด มันยิ่งง่ายต่อนักเรียนในการจดจำข้อมูลและนำมาคิดเชิงวิพากษ์ได้จริงๆ Willingham ยกตัวอย่าง "เมื่อนักเรียนเล่นหมากรุกเป็นเวลานาน เขาจะสามารถจดจำตำแหน่งกระดานได้เป็นจำนวนมาก และสามารถเรียงลำดับในแต่ละสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี"

Critical Thinking เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ตั้งแต่ยังเด็ก

ครูบางคนอาจคิดว่าเป็นการพัฒนากระบวนการทางปัญญานั้นไม่เหมาะสม อาจเป็นอันตราย และเหมาะสำหรับเด็กโตมากกว่า แต่จากการวิจัยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เด็กเล็กมีความสามารถในการให้เหตุผลมากกว่าที่เราคิด ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่าการพัฒนาทางปัญญานั้นเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไปและเริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนเด็ก “ในบางสถานการณ์ แม้แต่เด็กวัยหัดเดินก็สามารถเข้าใจหลักการใช้เหตุผลตามเงื่อนไข และในสถานการณ์อื่นๆ ผู้ใหญ่ก็สับสนในการใช้เหตุผลตามเงื่อนไข” Willingham เขียน “It all depends on the content of the problem” (ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา)

บทความนี้อ้างอิงจากบทความของ Jill Barshay และจัดทำโดย The Hechinger Report องค์กรข่าวอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นที่ความไม่เท่าเทียมและนวัตกรรมในด้านการศึกษา


ที่มา : scientific-research-on-how-to-teach-critical-thinking-contradicts-education-trends


TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.