7 วิธีการป้องกันตัวเองจาก COVID-19 จากกรมควบคุมโรค

how-to-prevent-ourselves-from-covid-19

การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 มีการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก (ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก, 11 มีนาคม 2563) วันนี้ Beyondkru จะมาแชร์ข้อมูลจากรายงานล่าสุดของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านกันนะคะ


มาตรการในประเทศไทย

  • กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับบริษัทเอกชน เปิดตัวแอปพลิเคชัน COVID Tracker by MOPH แสดงข้อมูลพิกัดที่อยู่ผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนทราบสถานการณ์การระบาดของโรค โดยจะเปิดให้ดาวน์โหลดในวันที่ 19 มีนาคม 2563
  • กรมราชทัณฑ์โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ออกประกาศคำสั่งให้ทุกเรือนจำงดการเยี่ยมญาติ 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้าสู่เรือนจำที่มีผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 3 แสนคนตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคมนี้ และยืนยันได้มีมาตรการในการป้องกันโรคระบาดนี้ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดตลอดมา
  • ประกาศรายชื่อห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีทั้งหมด 40 แห่ง ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข
  • โรงพยาบาลศิริราชร่วมกับสถาบันวิทยสิริเมธีบริษัท ปตท. จำกัด และภาคีเครือข่าย ร่วมวิจัยชุดตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีประสิทธิภาพสูง ทราบผลในเวลา 30-45 นาทีโดยนักวิจัยคนไทยครั้งแรกในโลก และมีต้นทุนต่ำทำให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้ง่ายขึ้น

และนอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปิดสถานศึกษาทุกประเภท และสถานบริการทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านนวด และสนามมวย ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหยุดทำการเป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่ 18 มีนาคม ไปจนถึง 31 มีนาคม 2563 นอกจากนี้ยังมีคำสั่งห้ามข้าราชการเดินทางไปต่างประเทศ งดการเดินทางข้ามจังหวัด และส่งเสริมให้หน่วยของรัฐ Work from home หรือทำงานที่บ้าน


วิธีการป้องกัน Covid-19

1. โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ป้องกันได้โดยใช้หลักการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้แก่ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

2. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศจีน และประเทศที่มีรายงานการแพร่เชื้อในท้องที่ (Local transmission) ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย

3. ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากประเทศที่มีการรายงานการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สหราชอาณาจักร และเยอรมนี หากมีไข้ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันทีพร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปในเมืองของประเทศดังกล่าวข้างต้นร่วมด้วย

4. หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือที่มีชีวิตและการสัมผัสโดยไม่ใช้ถุงมือ

5. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำละสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปากโดยไม่จำเป็น

6. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

7. รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน

ในสถานการณ์เช่นนี้ สติและการระมัดระวังตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้


สามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ที่: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php


ที่มา:

[1] รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ฉบับที่ 75 วันที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 20.00 น. https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/situation/situation-no75-180363.pdf

[2] https://techsauce.co/news/government-stop-covid-19-close-education-entertainment-place

TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.