เมื่อการศึกษาควรเป็น On-Demand Service

education-as-on-demand-service

ระบบการศึกษาในทุกวันนี้ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนยุคใหม่ จากบทความ Education should be like everything else. An on-demand service ที่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ World Economic Forum โดย Nathan Schultz ประธานฝ่ายบริการการศึกษาของบริษัท Chegg เปิดเผยให้เห็นข้อมูลล่าสุดกี่ยวกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ว่า

  • 40% ของนักศึกษา มีอายุมากกว่า 25 ปี
  • 1 ใน 4 ของนักศึกษามีลูกแล้ว
  • 44% ของบัณฑิตจากวิทยาลัยที่อายุระหว่าง 22 และ 27 ปี ทำงานในงานที่ไม่ต้องใช้วุฒิปริญญา
  • 73% ของนักเรียนที่ทำงานเสริม ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าเรียนตามเวลาที่กำหนดตลอด 5 วันในแต่ละสัปดาห์
  • หลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยีในปัจจุบันมีจำนวนน้อย

วิถีชีวิต (Lifestyle) ของนักเรียนยุคใหม่ที่ต่างออกไป

คนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาในช่วงที่หลายสิ่งหลายอย่างได้มาตามความต้องการ (Available On Demand) แน่นอนว่าการใช้ชีวิตและความคาดหวังของนักเรียนยุคใหม่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ ทุกวันนี้นักเรียนใช้บริการ Lyft แทนการรอรถแท็กซี่ เมื่อพวกเขาต้องการไปที่ใดที่หนึ่ง พวกเขาดูรายการสตรีมมิ่งบน Netflix และฟังเพลงบน Spotify แทนที่จะรอตอนต่อไปออกอากาศหรือรอเพลงโปรดทางวิทยุ ในชีวิตประจำวันสิ่งต่างๆ พร้อมบริการพวกเขาทุกเวลาทั้งความบันเทิง การขนส่ง และอาหาร ฯลฯ

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมในการเรียนรู้ นักเรียนไม่ได้เรียนในช่วงหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ เวลาในการเรียนรู้ของนักเรียนโดยทั่วไป คือ 21:00 น. และวิธีหลักที่นักเรียนใช้เข้าถึงเนื้อหา (Content) คือ โทรศัพท์หรืออุปกรณ์มือถือ นักเรียนในยุคนี้กำลังใช้ชีวิตอยู่ในระบบที่แตกต่างจากที่เคยเป็นมา ระบบการศึกษานั้นยังไม่ได้ปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของพวกเขา

แนวทางการเรียนรู้สำหรับนักเรียนรุ่นใหม่

เราจำเป็นต้องปรับระบบการศึกษาใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่นักเรียนใช้ในยุคนี้ เพื่อให้การศึกษาเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายเหมือนกับบริการอื่นๆ

  • พัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับงานในอนาคต จะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับงานที่นายจ้างต้องการทั้งในวันนี้และในอนาคต วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่เราจำเป็นต้องทบทวนใหม่ที่ไม่ใช่แค่เพียง "อะไรควรอยู่ในการศึกษา" แต่ควรคิดไปถึงว่า "จะถ่ายทอดไปยังนักเรียนอย่างไร"
  • สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา แนวคิดที่จะไปสถานที่หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อที่จะเรียนดูเหมือนจะไม่เข้ากับยุคสมัยนี้ การเรียนรู้ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ตามต้องการ (On Demand Service) สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาและวิธีการตามที่นักเรียนสะดวก และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงครูที่มีคุณภาพได้มากขึ้น
  • ต้นทุนการศึกษาที่ลดลง ค่าใช้จ่ายของการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การให้นักเรียนกู้ยืมเงินและหวังว่าจะมีงานที่จะช่วยชำระหนี้อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนักสำหรับพวกเขา เทคโนโลยีอาจเป็นหนึ่งทางออกในการลดต้นทุนนี้ จากรายงานพบว่า นักเรียนใช้บริการเรียนออนไลน์มากขึ้น เพราะมีต้นทุนต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ และยังช่วยให้พวกเขาไม่ต้องเลือกระหว่าง 'เรียน' หรือ 'หารายได้'

ที่มา : https://www.weforum.org/agenda/2019/06/education-should-be-on-demand-service

TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.