จีนนำร่องทดลองใช้ AI ในภาคการศึกษา

ai-for-education-in-china

AI เทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย จะกลายมาเป็นส่วนสำคัญของภาคการศึกษา รายงานของกองทุน Chan-Zuckerberg Initiative และ the Bill-Melinda Gates Foundation ระบุว่า AI ในภาคการศึกษาเป็นเครื่องมือที่คุ้มค่าในการลงทุน ไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศจีนก็ไม่รอช้าที่จะเร่งพัฒนา AI Education (การศึกษาด้วยระบบ AI) ปัจจุบันนักเรียนหลายสิบล้านคนในประเทศจีนกำลังเรียนกับ AI ทั้งในโรงเรียนและศูนย์เรียนพิเศษ ระบบ AI สามารถประเมินความรู้ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี และช่วยพัฒนานักเรียนให้มีคะแนนสอบที่สูงขึ้นได้


บริษัท AI Education ของจีนเกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่น Squirrel AI หนึ่งในบริษัท AI Education ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ทำโปรแกรมติวเตอร์ที่นำ AI มาเป็นครูของนักเรียนแทนครูที่เป็นมนุษย์ ใช้การเรียนแบบ Adaptive Learning (การเรียนรู้แบบปรับตัว) ที่มุ่งเน้นเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนรู้และไม่รู้ และเพิ่มความรู้ของนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนมีคะแนนสอบที่สูงขึ้น ระบบ AI จะออกแบบหลักสูตรตามความรู้โดยวัดจากการตอบคำถามของนักเรียนแต่ละคน วิสัยทัศน์ของ Squirrel AI เป็นมากกว่าติวเตอร์ คือ ต้องการเปลี่ยนแปลงห้องเรียนแบบดั้งเดิมให้เป็นห้องเรียนที่ไม่มีการบรรยาย นักเรียนเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ครูมีหน้าที่คอยช่วยสนับสนุนนักเรียนเมื่อ AI ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้


Alo7 แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ มีรูปแบบแตกต่างจาก Squirrel AI ก่อตั้งโดย Pan Pengkai ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของเด็ก และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Ed-tech แห่งแรกในประเทศจีน Alo7 ส่งเสริมห้องเรียนแบบดั้งเดิม คือ การที่ครูยังเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนานักเรียน ไม่ได้มุ่งเน้นที่คะแนนสอบ แต่เน้นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำและทักษะอื่นๆ มีทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้นักเรียนสามารถฝึกฝนทักษะได้ที่บ้าน โดยนำ AI มาช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะได้ดีขึ้น และสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับห้องเรียนอัจฉริยะ เช่น ชุดหนังสือเรียนเพื่อการเรียนออนไลน์ Smart TV กล้องและไมโครโฟน เพื่อทำการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนักเรียน โดยครูจะได้รับรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของตนเองเช่นกัน


AI Education เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน เนื่องจากมีการลดหย่อนภาษีและให้ค่าตอบแทนสำหรับกองทุนต่างๆ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน การอบรมครูผู้สอน การจัดการโรงเรียน ประกอบกับประชาชนในประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา ผู้ปกครองเองก็ที่สนับสนุนลูกๆ อย่างเต็มที่และเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ


อย่างไรก็ตาม บริษัทและภาคการศึกษาต้องให้ความสำคัญในการนำ AI เข้ามาใช้ในการศึกษาโดยไม่ลืมว่า การศึกษา คือ การพัฒนานักเรียนให้สามารถอยู่รอดในยุคต่อๆ ไปได้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทักษะต่างๆ ถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรและหุ่นยนต์ มนุษย์จะต้องให้ความสำคัญกับทักษะที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา ซึ่งก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหา


การเรียนแบบส่วนบุคคล (Personalized Learning) ที่มุ่งเน้นความสนใจ ความต้องการของนักเรียนและวิธีที่พวกเขาเรียนรู้ได้ดีที่สุด อาจจะเป็นแนวทางที่ทำให้นักเรียนเข้าใจการเรียนรู้ของตัวเอง ตัดสินใจเลือกสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเรียน และเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ ซึ่ง AI สามารถทำให้สิ่งนี้ให้ง่ายขึ้น โดย AI ใช้เวลากับงานแบบท่องจำและสอนความรู้ที่ตายตัว ซึ่งครูจะสามารถให้ความสนใจกับจุดแข็งและความต้องการของนักเรียนได้มากขึ้น และสอนในวิชาที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารทางอารมณ์ เป็นต้น ทั้งนี้ AI ยังสามารถช่วยครูติดตามการทำงานของนักเรียน หรือให้นักเรียนควบคุมวิธีการเรียนรู้ได้มากขึ้น



ที่มา : china-squirrel-has-started-a-grand-experiment-in-ai-education

TODO
Supani Thasosut

Graduated with B.M. in Entrepreneurship at Suranaree University of Technology. Interested in Self-Improvement, Business development process, and the differences between people and cultures.